[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เพื่อนพลอย หอวัง เคลื่อนไหวหลังฟังคำตอบ คริส หอวัง ทวิตเรื่องสารภาพ(6 ต.ค. 2565, 10:59) “พรพรรณ” มั่นใจ “โค้ชด่วน” จะพาทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ไปถึงเป้าที่ตั้งไว้ชัวร์(6 ต.ค. 2565, 10:59) ก้าวไกล ซัด "สุริยะ" หนีตอบกระทู้ หลังน้ำท่วม พบโรงงานลอบทิ้งกากสารพิษ(6 ต.ค. 2565, 10:59) "เฉลิมชัย" มอบกรมชลฯ นำแนวพระราชดำริ ร.9 บริหารจัดการน้ำเร่งด่วน(6 ต.ค. 2565, 10:48) กัปตันโปแลนด์ เปิดใจหลังดับซ่า สหรัฐฯ เบอร์ 1 โลกวอลเลย์บอลหญิง ศึกชิงแชมป์โลก(6 ต.ค. 2565, 10:46) กทม.-ปริมณฑล วันนี้ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ตกหนักบางแห่ง (6 ต.ค. 2565, 10:41) วิจัยวิวัฒนาการและพฤติกรรมของอิกทิโอซอร์(6 ต.ค. 2565, 10:38) "ชาดา" ยัน แม้มีกฎเหล็ก 180 วัน แต่เร่งประสาน ช่วยรับมือน้ำท่วมอุทัยฯ(6 ต.ค. 2565, 10:38) "เฮียวัตร" บอกเข็ดแล้ว ไม่ขอมีเมียเพิ่มอีก แฉวีรกรรมสุดพีก หลบเข้าหมู่บ้าน(6 ต.ค. 2565, 10:30) ฟาดไปที "หัวเสาชายทีมชาติ" ฝากประโยคเด็ด หลังเกม "วอลเลย์บอลหญิงไทย" แพ้ "เยอรมนี"(6 ต.ค. 2565, 10:30) “พิธา” ร่วมรำลึก 46 ปี 6 ตุลา 19 จี้รัฐยุติปราบปราม-คืนความเป็นธรรมประชาชน(6 ต.ค. 2565, 10:29) กองทุนประกันชีวิต ตามหาเจ้าของเงินที่ส่งเบี้ยประกัน แต่ยังไม่ได้ขอรับเงินคืน(6 ต.ค. 2565, 10:13) “ชนาธิป” เผย แข้งเจลีก เล่นด้วยแล้วรำคาญ แต่ไม่มีเตะน่าเกลียด ต่างจากบ้านเรา(6 ต.ค. 2565, 10:00) อีโคคาร์ผ่อนไม่ถึงสองพัน! SUZUKI จัดให้ ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้านะจ๊ะ! (6 ต.ค. 2565, 10:00) เดี๋ยวได้เจอกัน "บีหลังทีมชาติเยอรมนี" ฝากเนื้อฝากตัวกับ "2 นักตบสาวไทย" (คลิป)(6 ต.ค. 2565, 10:00) ไม่มีใครยอมใคร “อัจฉราพร” เปิดใจหลังสาวไทยพ่าย “เยอรมนี” ในศึกชิงแชมป์โลก(6 ต.ค. 2565, 09:57) "อนุทิน" ไม่ล้อเล่น "ภูมิใจไทย" เลือกตั้งหน้า วางเป้า ส.ส.120 เสียง(6 ต.ค. 2565, 09:55) ราคาทองวันนี้ล่าสุด 6 ต.ค. 65 เปิดตลาดเช้า "ทองรูปพรรณ" ขายบาทละ 30,900(6 ต.ค. 2565, 09:52) ปกเข็มแรก 12 ต.ค.วัคซีนโควิดเด็กเล็ก ย้ำสมัครใจไม่เป็นเงื่อนไขเข้า ร.ร.(6 ต.ค. 2565, 09:52) ฮือฮา ปลาไหลสีทองลายคล้ายเสือ ชาวบ้านไม่พลาดส่อง "เลขเด็ด" (คลิป)(6 ต.ค. 2565, 09:52)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 15 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
  • admin: ตอบ:ผลประกาศเข้าศึกษาระดับชั้นม.1 และ ม.4 อยู่ในหัวข้อประชาสัมพันธ์ครับ
  • นาวี การสมพิศ: ผลสอบม.4ประกาศวันใหนครับ
  • นาวี การสมพิศ: ประกาศผลม.4วันใหนครับ
  • นงค์นุช เนื่องไชยศ: ผลสอบคัดเลือกนักเรียนชั้นม.1 ประกาศวันไหนค่ะ
  • นายอภิชัย สังวาลเพชร: รอผลประกาศเข้าศึกษาระดับชั้นม.1 และ ม.4 อยู่ ครับผม
  • admin: ตอบคุณสุกฤษฎิ:ประกาศรับสมัครนักเรียนแล้วคับ รายละเอียดในหัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์ครับ
  • สุกฤษฎิ์: รับสมัครนักเรียนใหม่เมื่อไหร่ครับ
  • admin: ตอบคุณจำนงค์:ไลน์กลุ่มผู้ปกครองไม่มีครับ รบกวนผู้ปกครองประสานขอไลน์ครูที่ปรึกษาครับ
  • จำนงค์: ขอไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ม.4หน่อยครับ
  • admin: ตอบคุณ รถ:มีครูอยู่ประจำหอพักครับ ครูบางส่วนจะสลับกันอยู่ครับ โค้ชประจำรุ่นก็จะอยู่สลับกันตรับ
  • admin: ตอบคุณ ก:โค้ชผู้รักษาประตูมี 2 คนครับ ช่วยกันสอนทั้ง 3 รุ่นคับ
  • admin: ตอบคุณรุ่ง:ประกาศรอบสอง วันที่ 16-19 มิ.ย.63
  • รถ: สอบถามหน่อยครับครูที่อยู่หอพักประจำมีกี่คนครับแล้วอยู่ทั้งหมดรึป่าวครับโค้ชประจำรุ่นอยู่ตลอดรึกลับบ้านครับ
  • : โค้ชประตูอีกคนไปไหนเหรอครับเห็นมีโค้ชประตูคนเดียวแล้วอีกคนทำอะไรครับครูพลต้องมีรุ่นล่ะ2คนไม่ใช่รึครับ
  • : แล้วได้สอนรึป่าวครับ
  • : อยากทราบว่าโค้ชที่สอนผู้รักษาประตูมีกี่คนครับ
  • sss: https://ahrefs.com/
  • รุ่ง: อยากทราบประกาศรับสมัครนักฟุตบอลใหม่เดือนไหนครับ
  • คุณรุ่ง: อยากทราบว่าประกาศรอบสองวันไหนค่ะ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)

  

  หมวดหมู่ : บทความทางวิชาการ
เรื่อง : กัญชา-คาเฟอีน ทำเสี่ยง
โดย : admin
เข้าชม : 111
พุธ ที่ 27 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2565 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

ากร่างกายของเราได้รับกัญชาหรือคาเฟอีนในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ได้รับมากเกินไปหรือไม่ถูกวิธี อาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ เพราะจะเพิ่มการบีบตัวของหัวใจทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นจนอาจจะก่อให้เกิดหัวใจโตขึ้นจนกระทั่งหัวใจอ่อนกำลังลง แล้วทำให้มีโอกาสในการเกิดหัวใจล้มเหลวได้ง่าย จึงควรรีบพบแพทย์ด้านโรคหัวใจทันที เพื่อลดความเสี่ยงต่อหัวใจและร่างกาย

สาเหตุของหัวใจเต้นผิดจังหวะ

     นพ.ยศวีร์ อรรฆยากร อายุรแพทย์โรคหัวใจและสรีระไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากความผิดปกติของการกำเนิดกระแสไฟฟ้าหัวใจ หรือความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจ หรือเกิดทั้งคู่ร่วมกัน ส่งผลให้หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ คือ น้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที หรือเต้นเร็วกว่าปกติ คือ มากกว่า 100 ครั้งต่อนาที หรือหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เต้นๆ หยุดๆ ในผู้ป่วยโรคหัวใจหากหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการและความรุนแรงจะมากกว่า ต้องรีบตรวจรักษาทันที

ปัจจัยเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ

ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะมี 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ

  • ปัจจัยภายนอกหัวใจและหลอดเลือด อาทิ
    • ภาวะติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ เช่น ท้องเสียรุนแรง เสียเลือดมาก พักผ่อนไม่เพียงพอ
    • ภาวะเครียด
    • ความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์
    • ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะนอนหลับ
    • การรับประทานยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ เช่น ยาลดน้ำมูก
    • การบริโภคกัญชาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม
    • ดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม
    • ปัจจัยภายในหัวใจและหลอดเลือด อาทิ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจ ภาวะไฟฟ้าลัดวงจรในห้องหัวใจ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว
    • โรคความดันโลหิตสูง

บริโภคกัญชาไม่เหมาะสม เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สำหรับกัญชาที่ในขณะนี้ประเทศไทยได้เปิดให้ใช้อย่างเสรี การใช้กัญชาในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้ผิดวิธี จะส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ซึ่งสารสกัดจากกัญชามี 2 ชนิดหลัก ได้แก่ THC มีส่วนช่วยในการนอนหลับ การเบื่ออาหาร การปวดเรื้อรัง แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะส่งผลต่อสมอง ทำให้เกิดความมึนเมาได้ และ CBD ช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและเป็นสารต้านฤทธิ์เมาของ THC

ผลข้างเคียงของการใช้กัญชาคือ ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือใช้ผิดวิธีเช่น การนำกัญชามาใช้แบบสันทนาการโดยนำมาสูดดม จะทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติหรือเต้นเร็วผิดจังหวะรุนแรงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้ว สารในกัญชาจะกระตุ้นให้เกิดหลอดเลือดหัวใจหดตัวรุนแรง ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ และในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วควรระมัดระวังในการใช้กัญชาเช่นกันเพราะโรคประจำหัวใจแต่ละคนอาจจะต้องใช้ยารักษาหลายชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน การใช้กัญชาร่วมด้วยอาจส่งผลต่อยาอื่น ๆ ที่กำลังใช้อยู่ได้

กินกัญชาอย่างไร ถึงจะปลอดภัย

คำแนะนำในการใช้กัญชาให้เหมาะสมในการปรุงอาหาร

  1. สามารถใช้ได้ไม่เกิน 2 ใบต่อเมนู และไม่ควรเกิน 4 ใบต่อวัน
  2. ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
  3. ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ สตรีที่ให้นมบุตร
  4. แม้กัญชาจะสามารถนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ปวดเรื้อรัง ผิวหนังอักเสบได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การประเมินและดูแลโดยแพทย์เท่านั้น
  5. หลังใช้กัญชาไปแล้ว 6 ชั่วโมง ไม่ควรขับรถหรือใช้เครื่องจักร เพราะจะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง ใจสั่น ซึม มึนงง ง่วงนอน ประมาณ 3-4 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน
  6. หากมีอาการรุนแรง เช่น อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว เจ็บแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หูแว่ว เห็นภาพหลอน ควรรีบพบแพทย์ทันที

      เพราะฉะนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้นสำหรับผลิตภัณฑ์ยาต้องใช้เมื่อมีอาการและให้เหมาะสมกับอาการเจ็บป่วย ส่วนผลิตภัณฑ์อาหาร สมุนไพรจะใช้เพื่อดูแลสุขภาพ ป้องกันการเจ็บป่วย ต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนใช้งาน และห้ามนำช่อดอกมาใช้ด้วยตนเอง 

คาเฟอีนในกาแฟ ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจเช่นกัน

      นอกจากการใช้กัญชาที่จะส่งผลต่อหัวใจแล้ว คาเฟอีนถ้าได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็จะส่งผลต่อการทำงานของหัวใจได้ เพราะกระตุ้นการหลั่งสารอะดรีนาลีนที่ส่งผลให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น มีอาการใจสั่น หงุดหงิด กระวนกระวายใจ หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาวได้

กินกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัยต่อหัวใจ

      การบริโภคคาเฟอีนที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่ากับกาแฟ 3 - 4 ถ้วยต่อวัน ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงการบริโภคเครื่องดื่มหรืออาหารชนิดอื่นที่มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยในแต่ละวัน โดยกาแฟ 1 ถ้วย จะมีระดับคาเฟอีนอยู่ที่ 100 มิลลิกรัม น้ำชา 1 ถ้วย ระดับคาเฟอีน 75 มิลลิกรัม น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ระดับคาเฟอีน 40 มิลลิกรัม และในเครื่องดื่มชูกำลัง 1 กระป๋อง (250 ซีซี) จะมีระดับคาเฟอีนอยู่ที่ 80 มิลลิกรัม 

การวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจะมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ 

  1. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ(12-Lead Electrocardiography, ECG or EKG) เป็นการตรวจมาตรฐานของหัวใจ โดยวัดการทำงานของไฟฟ้าในหัวใจ สามารถตรวจได้ทันที เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะมานานพอก่อนมาถึงโรงพยาบาล และสามารถตรวจสุขภาพหัวใจประจำปีในผู้ที่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ได้ด้วย 
  2. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง24 – 48 ชั่วโมง (Holter Monitoring) เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอด 24 – 48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะติดเครื่องบันทึกไว้ติดตัวตลอดเวลา เครื่องจะสามารถตรวจพบความผิดปกติของการเต้นของหัวใจได้แม้ไม่มีอาการ เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะทุกวันหรือเกือบทุกวันในช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่นาน ก่อนมาถึงโรงพยาบาล 
  3. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจชนิดพกพา(Event Recorder) เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์มือถือสามารถพกพาไปที่ต่าง ๆ ได้ เมื่อผู้ป่วยมีอาการให้นำเครื่องมาทาบที่หน้าอกแล้วกดปุ่มบันทึก เครื่องจะบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะที่มีอาการแล้วส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์พื้นฐานที่บ้านมายังโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะไม่บ่อย เดือนละประมาณ 2 – 3 ครั้ง มีข้อจำกัดคือผู้ป่วยที่เป็นลมหมดสติกรณีที่เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะจะไม่สามารถตรวจด้วยวิธีนี้ได้ 
  4. เครื่องบันทึกการเต้นของหัวใจชนิดฝังใต้ผิวหนัง(Implantable Loop Recorder, ILR) มีขนาดเล็กลักษณะคล้าย USB Flash Drive แพทย์จะฝังไว้ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นเครื่องจะบันทึกการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง โดยเก็บคลื่นไฟฟ้าหัวใจเฉพาะช่วงเวลาที่หัวใจเต้นผิดจังหวะตามที่ได้โปรแกรมไว้ก่อนหน้าหรือเมื่อผู้ป่วยต้องการเท่านั้น เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะนาน ๆ ครั้ง แต่อาการค่อนข้างรุนแรง อาทิ ผู้ป่วยหมดสติแบบไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น 
  5. การตรวจวัดสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน(EST: Exercise Stress Test) เป็นการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังด้วยการเดินบนสายพานเลื่อน (Treadmill) เพื่อกระตุ้นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขณะออกแรง เหมาะกับการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือใจสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ และยังช่วยตรวจวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย  
  6. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง(Echocardiogram) สามารถตรวจดูความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ ทั้งขนาด รูปร่าง ลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจ เพื่อตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของหัวใจ เช่น ผนังกั้นหัวใจหนาตัวผิดปกติ ห้องหัวใจโต ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่วผิดปกติ ผนังกั้นหัวใจรั่ว เป็นต้น 
  7. การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ(Electrophysiology Study) เป็นการตรวจการนำไฟฟ้าของหัวใจเพื่อหาความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ โดยแพทย์จะตรวจการทำงานของระบบไฟฟ้าในหัวใจและกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถตรวจหาความผิดปกติด้วยวิธีอื่น ๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ 

แนวทางการรักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

หลังจากได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วแพทย์จะประเมินทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้แก่ 

  1. การใช้ยาเพื่อปรับจังหวะและอัตราการเต้นของหัวใจ(Antiarrhythmic Drug) ให้ใกล้เคียงระดับปกติ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ลดภาวะแทรกซ้อน และลดความรุนแรงที่จะนำไปสู่การเสียชีวิต 
  2. การช็อกหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้า(Electrical Cardioversion) เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเต้นในอัตราที่ปกติ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต 
  3. การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ(Radiofrequency Catheter Ablation, RFCA) แพทย์จะใช้สายสวนหัวใจตรวจหาตำแหน่งความผิดปกติภายในหัวใจ จากนั้นจะทำการจี้ด้วยคลื่นวิทยุที่เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้าไปเป็นพลังงานความร้อนเข้าไปตัดวงจรไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจ ปัจจุบันมักใช้ร่วมกับระบบสามมิติ (3D Mapping) เพื่อให้มองเห็นตำแหน่งได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ช่วยเพิ่มโอกาสและความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ ซึ่งวิธีนี้มีโอกาสรักษาสำเร็จสูงมากกว่า 90% โดยจะต้องรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจที่มีความชำนาญการ 
  4. การผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจแบบถาวร(Permanent Pacemaker) แพทย์จะฝังเครื่องที่ใต้ผิวหนังบริเวณใต้ไหปลาร้า เพื่อช่วยให้การเต้นของหัวใจสม่ำเสมอ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น วิธีนี้ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจเต้นช้าผิดปกติ หรือหัวใจหยุดเต้นเป็นช่วง ๆ  
  5. การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติชนิดถาวร(Automated Implantable Cardioverter – Defibrillator, AICD) แพทย์จะฝังเครื่องบริเวณหน้าอกเพื่อช่วยตรวจจับสัญญาณไฟฟ้าหัวใจและช็อกไฟฟ้าหัวใจทันทีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะเพื่อให้จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว  วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวอ่อนกำลัง และผู้ป่วยที่มีหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะ 
  6. การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าและช่วยการบีบตัวของหัวใจ(Cardiac Resynchronization Therapy – CRT) เพื่อกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจห้องล่างซ้ายและขวาให้บีบตัวได้สอดคล้องกัน ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ป่วยที่มีการบีบตัวของหัวใจน้อยและมีความเสี่ยงหัวใจล้มเหลว

การป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะ

การป้องกันหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ดีที่สุดคือ

  1. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก 30-45 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์
  2. กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
  3. หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มันจัด เค็มจัด
  4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ
  5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
  6. ไม่เครียดจนเกินไป
  7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
  8. สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวควรตรวจติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ถ้าเกิดรู้สึกว่าหัวใจมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการรักษาและปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจทันที





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทความทางวิชาการ5 อันดับล่าสุด

      กาแฟ vs ชาเขียว 6/ต.ค../2565
      หลัง “ถอดเล็บ” ดูแลอย่างไร 6/ต.ค../2565
      \"กินเจ\" 29/ก.ย./2565
      “เหงือกบวม” 29/ก.ย./2565
      อาการของโรคมือเท้าปาก 21/ก.ย./2565