[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
"ฟิล์ม" เล่าความประทับใจ "รักแลกภพ" นำแนวคิดเรื่องการ ออม เป็นแบบอย่าง(8 ก.ค. 2563, 07:15) “บอย” โชว์หุ่นแซ่บ กอดรัดฟัดเหวี่ยง “ดิว” กลางบึงบัว ในละคร “ปอบผีเจ้า”(8 ก.ค. 2563, 07:08) "กาละแมร์" ไม่กั๊ก SUPER MARE เผยชีวิตสู่ฝันพันล้าน(8 ก.ค. 2563, 07:01) ทรัมป์เอาจริง แจ้ง UN ขอพาสหรัฐฯ ถอนตัวจาก WHO อย่างเป็นทางการ(8 ก.ค. 2563, 06:55) มาไทยไหม "จู๊ด เบลล์" โผล่เมนต์ไอจี ส่งสัญญาณถึง "ช้างศึก"(8 ก.ค. 2563, 06:50) โปรดเข้าใจ "คลอปป์" ไม่ใช้งาน "ลัลลานา" เพื่อประโยชน์ตัวนักเตะ(8 ก.ค. 2563, 06:40) เช็กสิทธิ์ www.เยียวยาเกษตรกร.com เตรียมโอนเงิน 5,000 กลุ่มแจ้งบัญชีธนาคารใหม่(8 ก.ค. 2563, 06:30) สภาพอากาศวันนี้ เตือน 23 จว.เหนือ-ใต้-ตอ.จ่อฝนหนัก กทม.ตก40%(8 ก.ค. 2563, 06:20) 3 นักข่าวดังอัปเดตดีล "แมนยูฯ" กับ "ซานโช"(8 ก.ค. 2563, 06:19) ดีกว่าโอริกี “แฟนลิเวอร์พูล” ตั้งตารอดาวยิงกลับแอนฟิลด์(8 ก.ค. 2563, 06:04) TOT We Care We Share มากกว่า "หน้าที่" คือ "ที่พึ่ง" ทุกความรู้สึกของคนไทย(8 ก.ค. 2563, 06:01) 5 ที่สุด "เวอร์จิล ฟาน ไดค์"(8 ก.ค. 2563, 06:00) ตำรวจฮ่องกงได้อำนาจใหม่อะไรบ้าง หลังบังคับใช้ ก.ม.ความมั่นคง(8 ก.ค. 2563, 05:47) ด.ต.วัยเกษียณ ถล่มดับขาใหญ่ นักเลงป่วนร้าน(8 ก.ค. 2563, 05:33) หงส์ลุ้นจอมเทคนิค ผีอาจเสีย 3 แข้ง สรุป 8 ข่าวตลาดนักเตะรอบวัน(8 ก.ค. 2563, 05:31) ธีรรัตน์ จงประเสริฐ ซีอีโอแห่ง CTS Group สร้างความสำเร็จด้วยบริการสุดประทับใจ(8 ก.ค. 2563, 05:30) “TikTok” ตัวประกันการเมือง สหรัฐฯ จ่อแบนตามอินเดีย เชื่อส่งข้อมูลให้จีน(8 ก.ค. 2563, 05:30) อนาคตใหม่ "แมนยูฯ" หลังการคืนบัลลังก์ของ "ลิเวอร์พูล" (คลิป)(8 ก.ค. 2563, 05:30) พรรคเพื่อไทยเอาแน่ ตัดงบทหาร 40,000 ล้าน(8 ก.ค. 2563, 05:23) ลุงกำนัน(8 ก.ค. 2563, 05:20)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 7 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ฝากข้อความ
  • จำนงค์: ขอไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ม.4หน่อยครับ
  • admin: ตอบคุณ รถ:มีครูอยู่ประจำหอพักครับ ครูบางส่วนจะสลับกันอยู่ครับ โค้ชประจำรุ่นก็จะอยู่สลับกันตรับ
  • admin: ตอบคุณ ก:โค้ชผู้รักษาประตูมี 2 คนครับ ช่วยกันสอนทั้ง 3 รุ่นคับ
  • admin: ตอบคุณรุ่ง:ประกาศรอบสอง วันที่ 16-19 มิ.ย.63
  • รถ: สอบถามหน่อยครับครูที่อยู่หอพักประจำมีกี่คนครับแล้วอยู่ทั้งหมดรึป่าวครับโค้ชประจำรุ่นอยู่ตลอดรึกลับบ้านครับ
  • : โค้ชประตูอีกคนไปไหนเหรอครับเห็นมีโค้ชประตูคนเดียวแล้วอีกคนทำอะไรครับครูพลต้องมีรุ่นล่ะ2คนไม่ใช่รึครับ
  • : แล้วได้สอนรึป่าวครับ
  • : อยากทราบว่าโค้ชที่สอนผู้รักษาประตูมีกี่คนครับ
  • sss: https://ahrefs.com/
  • รุ่ง: อยากทราบประกาศรับสมัครนักฟุตบอลใหม่เดือนไหนครับ
  • คุณรุ่ง: อยากทราบว่าประกาศรอบสองวันไหนค่ะ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)

  
ไวรัสโคโรน่า   
 

สรุปทุกเรื่อง “ไวรัสโคโรนา” หรือ “โควิด-19” คืออะไร ? อาการเป็นอย่างไร ?


สถานการณ์ของโรคระบาดที่มีชื่ออยู่โลกออนไลน์ตลอดทุกวัน และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นอย่าง “ไวรัสโคโรนา” หรือ “โควิด-19” ทำให้ใครหลายคนเป็นกังวล และคอยติดตามข่าวสารกันอยู่ตลอดถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ อัตราการเสียชีวิต รวมไปถึงการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการติดเชื้ออันตรายนี้

มีเรื่องอะไรที่เราควรรู้เกี่ยวกับ ไวรัสโคโรนา หรือไวรัสโควิด-19 บ้าง Sanook Health ชวนมาไล่ดูไปทีละข้อพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า


ไวรัสโคโรนา หรือไควิด-19 คืออะไร ?

ไวัรสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน คือ สายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” และในภายหลังถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19) นั่นเอง ดังนั้น ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และไวรัสโควิด-19 จึงหมายถึงไวรัสชนิดเดียวกัน

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 มาจากไหน ?

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 แรกเริ่มเดิมทีถูกค้นพบจากสัตว์ก่อน โดยเป็นสัตว์ทะเลที่มีการติดเชื้อไวรัสนี้แล้วคนที่อยู่ใกล้ คลุกคลีกับสัตว์เหล่านี้ก็ติดเชื้อไวรัสมาอีกที โดยเริ่มจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยมีข้อสงสัยว่ามาจากตลาดที่ค้าขายสัตว์ทะเล และสัตว์หายากเหล่านี้

อาการเมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 

อาการไวรัสโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมี 5 อาการหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้

  1. มีไข้
  2. เจ็บคอ
  3. ไอแห้ง ๆ
  4. น้ำมูกไหล
  5. หายใจเหนื่อยหอบ

ทางด้านแพทย์อาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยการเอกซ์เรย์ปอด แล้วพบว่าปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากมีอาการหนักมาก ๆ (พบว่าติดเชื้อในระยะหลัง ๆ แล้ว) อาจอันตรายถึงอวัยวะภายในต่าง ๆ ล้มเหลว

อันตรายของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

แม้ว่าอาการโดยทั่วไปจะดูเหมือนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่ที่กลัวกันทั่วโลกเป็นเพราะเชื้อไวรัสนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะตัวไหนที่สามารถรักษาให้หายได้โดยตรง การรักษาเป็นไปแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้น

นอกจากนี้ อันตรายที่ทำให้เสี่ยงถึงชีวิต จะเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิต้านทานโรคของเราไม่แข็งแรง หรือเชื้อไวรัสเข้าไปทำลายการทำงานของปอดได้ จนทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายลุกลามมากขึ้น รวดเร็วขึ้น

กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

  • เด็กเล็ก
  • วัยกลางคนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ
  • คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง
  • คนที่กินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่
  • ผู้ที่เดินทางไปในประเทศเสี่ยงติดเชื้อ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อิตาลี อิหร่าน ฯลฯ
  • ผู้ที่ต้องทำงาน หรือรักษาผู้ป่วย ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด
  • ผู้ที่ทำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น คนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ลูกเรือสายการบินต่าง ๆ เป็นต้น


หากมีอาการโควิด 19 ควรทำอย่างไร ?

หากมีอาการของโรคที่เกิดขึ้นตาม 5 ข้อดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด และเมื่อแพทย์ซักถามควรตอบตามความเป็นจริง ไม่ปิดบัง ไม่บิดเบือนข้อมูลใด ๆ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องมากที่สุด

หากเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ควรกักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14-27 วัน เพื่อให้ผ่านช่วงเชื้อฟักตัว (ให้แน่ใจจริง ๆ ว่าไม่ติดเชื้อ)

หากสงสัยว่าตัวเองอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 ควรทำอย่างไร ?

หากตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีอาการของโรค หรือเพิ่งกลับจากประเทศที่เสี่ยงติดเชื้อมา สามารถขอตรวจโรคกับทางโรงพยาบาลได้ มีทั้งแบบฟรี และแบบมีค่าใช้จ่าย

**หากไม่มีอาการใด ๆ เลย ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจ

ตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ฟรี หากผู้เข้าตรวจตรงตามเกณฑ์เหล่านี้

  1. เพิ่งกลับจากการเดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง
    ประเทศไหนคนไทยอย่าไป ในสถานการณ์ไวรัส “COVID-19”
  2. มีอาการผิดปกติที่ระบบทางเดินหายใจ
  3. มีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
  4. มีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย ปอดอักเสบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
  5. มีประวัติใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ เช่น คนในครอบครัวเพิ่งกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง
  6. ทำอาชีพที่ต้องพบปะชาวต่างชาติจำนวนมาก เช่น คนขับแท็กซี่ เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ ลูกเรือสายการบิน เป็นต้น

สามารถเข้ารับการตรวจฟรีได้ที่โรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข

  • โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • โรงพยาบาลราชวิถี
  • โรงพยาบาลศิริราช

และสามารถเช็กโรงพยาบาลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ กรมควบคุมโรค โทร 1422

ตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบมีค่าใช้จ่าย

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในการตรวจร่างกาย และตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19

  • โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ราคา 3,000-6,000 บาท
  • โรงพยาบาลราชวิถี ราคา 3,000-6,000 บาท
  • โรงพยาบาลเปาโล (ทุกสาขา) ราคา 5,000-13,000 บาท
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี ราคา 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล ราคา 5,000 บาท
  • โรงพยาบาลพญาไท 2 ราคา 6,500 บาท
  • โรงพยาบาลแพทย์ รังสิต ราคา 7,000 บาท
  • โรงพยาบาลศิริราชฯ ราคา 9,900 บาท

หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามระดับความเสี่ยงของการติดเชื้อ


วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

  1.  หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ
  2. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
  3. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
  4. ระมัดระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่ รวมถึงสิ่งที่มีคนจับบ่อยครั้ง เช่น ที่จับบน BTS, MRT, Airport Link ที่เปิด-ปิดประตูในรถ กลอนประตูต่าง ๆ ก๊อกน้ำ ราวบันได ฯลฯ เมื่อจับแล้วอย่าเอามือสัมผัสหน้า และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋า ฯลฯ
  5. ล้างมือให้สม่ำเสมอด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลอย่างน้อย 20 วินาที ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ไม่ต่ำกว่า 70% (ไม่ผสมน้ำ)
  6. งดจับตา จมูก ปากขณะที่ไม่ได้ล้างมือ
  7. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด สัมผัสสัตว์ต่าง ๆ โดยที่ไม่มีการป้องกัน
  8. รับประทานอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลาง ไม่ทานอาหารที่ทำจากสัตว์หายาก
  9. สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

ทางกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ การดำรงอยู่ ของ เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีโอกาสอยู่บนพื้นต่างๆ โดยได้อ้างอิงจาก นพ.พิเชษฐ บัญญติ แพทย์เวชศาสตร์ผ้องกัน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า

  1. เชื้อไวรัสโควิด 19 ที่อยู่ในละอองฝอยน้ำมูก น้ำเสมหะ น้ำลาย น้ำตา จะอยู่รอดในอากาศได้เพียง 5 นาที
  2. เชื้อไวรัสโควิด 19 มีชีวิตอยู่ในน้ำได้นาน 4 วัน
  3. เชื้อไวรัสโควิด 19 มีชีวิตอยู่ บริเวณ พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นาน 7-8 ชั่วโมง
  4. เชื้อไวรัสโควิด 19 อยู่ในผ้าหรือกระดาษทิชชู่ได้นาน 8-12 ชั่วโมง
  5. เชื้อไวรัสโควิด 19 อยู่บนวัสดุพื้นเรียบได้นาน 24-48 ชั่วโมง
  6. เชื้อไวรัสโควิด 19 อยู่ในอุณภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส ได้นาน 1 เดือน